ข้อกฏหมาย อบต.


 

  น้ำท่วม

อุทกภัย น้ำท่วม

           เกิดจากฝนตกหนังต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน
  บางครั้งทำให้เกิดแผ่นดินถล่ม อาจมีสาเหตุจากพายุ
  หมุนเขตร้อนลมมรสุมมีกำลังแรง ร่องความกดอากาศ
  ต่ำมีกำลังแรง อากาศแปรปรวน น้ำทะเลหนุน แผ่นดินไหว
  เขื่องพัง ทำให้เกิดอุทกภัยได้เสมอ

                 อุทกภัยแยกออกเป็น

  1. น้ำป่าหลาก เกิดจากฝนตกหนักบนภูเขา ต้นน้ำลำธารและไหลบ่าลงที่ราบอย่างรวดเร็ว เพราะไม่มีต้นไม้ ช่วยดูดซับ ชะลอกระแสน้ำ ความเร็วของน้ำ ของท่อนซุง และต้นไม้ ซี่งพัดมาตามกระแสน้ำจะทำลายต้นไม้ อาคาร ถนน สะพาน และชีวิตมนุษย์และสัตว์ได้
  2. น้ำท่วมขัง น้ำเอ่อนอง เกิดจากน้ำล้นตลิง มีระดับสูงจากปกติท่วมแช่ขัง ทำให้การคมนาคมหยุดชะงัก เกิดโรคระบาดได้ ทำลายพืชผลเกษตรกร
  3. คลื่นซัดฝั่ง เกิดจากพายุลมแรงซัดฝั่ง ทำให้น้ำท่วมบริเวณชายฝั่งทะเล บางครั้งมีคลื่นสูงถึง 10 เมตร ซัดเข้าฝั่งทำลายทรัพย์สินและชีวิตได้

                 การป้องกันและลดความเสียหายจากอุทกภัย
                 ติดตามฟังข่าวอากาศของกรมอุตุนิยมวิทยา
                 เมื่อกรมอุตุนิยมวิทยาเตือนให้อพยพ ควรรีบอพยพไปอยู่ในที่สูง อาคารที่มั่นคงแข็งแรง ทั้งคนและสัตว์เลี้ยง
                 ถ้าอยู่ที่ราบให้ระมัดระวังน้ำป่าหลาก
จากภูเขาที่ราบสูงลงมา กระแสน้ำจะรวดเร็วมาก ควรสังเกตเมื่อมีฝนตกหนักติดต่อกันบนภูเขาหลายๆ วัน ให้เตรียมตัวอพยพขนของไว้ที่สูง
                 ถ้าอยู่ริมน้ำให้เอาเรือหลบเข้าฝั่งไว้ในที่จะใช้งานได้ เมื่อเกิดน้ำท่วม เพื่อการคมนาคม
                 ควรมีการวางแผนอพยพว่าจะไปอยู่ที่ใด พบกันที่ไหน อย่างไร
                 เมื่อมีกระแสน้ำหลาก จะทำลายวัสดุก่อสร้าง เส้นทางคมนาคม ต้นไม้ พืชไร่ได้ ให้ระวังกระแสน้ำพัดพาไป
                 อย่าขับรถยนต์ฝ่าลงไปในกระแสน้ำหลาก แม้บนถนนก็ตาม
                 อย่าลงเล่นน้ำ อาจพบอุบัติภัยอื่นๆ อีกได้
                 หลังจากน้ำท่วมจะมีขัง จะเกิดโรคระบาดในระบบทางเดินอาหารทั้งคนและสัตว์ ให้ระวังน้ำบริโภค ควรสะอาด ต้มสุกเสียก่อน


 

 


ภัยธรรมชาติ

           ความเสียหายจากภัยธรรมชาติวาตภัย พายุดีเปรสชั่น พายุโซนร้อนพายุไต้ฝุ่น อุทกภัย น้ำท่วม
น้ำป่าหลาก คลื่นยักษ์ซัดฝั่ง ทำลายทรัพย์สิน และสาธารณสมบัติ เรือกสวน ไร่นา ถนน ทางคมนาคม
ตลอดจนชีวิตมนุษย์และสัตว์มากมายทุกๆ ปี สำหรับประเทศไทยมีข้อมูลจากสำนักงานเลขาธิการ
ป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน กระทรวงมหาดไทย บันทึกไว้ดังนี้

วันเดือน ปี เหตุการณ์ พื้นที่ จำนวนผู้เสียชีวิต (คน)
25 ต.ค. 2505
 
28 พ.ย. 2513
4 ม.ค. 2518
22 พ.ย. 2531
4 พ.ย. 2532
พายุโซนร้อน "แฮเรียต"
 
พายุโซนร้อน "รูท"
อุทกภัย
อุทกภัย/แผ่นดินถล่ม
พายุไต้ฝุ่น "เกย์"
แหลมตะลุมพุก
จ.นครศรีธรรมราช
จ.ชุมพร
จ.นครศรีธรรมราช
จ.นครศรีธรรมราช
อ่าวไทย/จ.ชุมพร
950
สูญหาย 194
138
250
374
602
สูญหาย 134

           การป้องกันและลดภัยพิบัติธรรมชาติ รัฐบาลได้กำหนดเป็นนโยบายระดับชาติ กำหนดแผน
ปฏิบัติงานทั้งระดับชาติ และระดับจังหวัด กำหนดเป้าหมายการควบคุมการจัดการบรรเทาภัย มี
คณะกรรมการรับผิดชอบ มีการกำหนดพื้นที่เสี่ยงภัยจากธรรมชาติ มีมาตรการป้องกันภัยพิบัติ มี
ระบบการเตือนภัยล่วงหน้ามีการเตรียมการเพื่อเผชิญภัยพิบัติ มีการเตรียมพร้อมเพื่อให้การช่วยเหลือ
และฟื้นฟูผู้ประสบภัยพิบัติ โดยมีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องประสานงานและร่วมมือมากมาย

หน่วยราชการที่เกี่ยวข้องประสานงานและร่วมมือมีดังนี้

  1. กรมอุตุนิยมวิทยามีหน้าที่เกี่ยวกับการพยากรณ์อากาศ แจ้งให้ประชาชนทราบล่วงหน้า ด้วยคำเตือน เช่น คำเตือนเรื่องพายุต่างๆ หรือฝนตกหนักอันจะก่อให้เกิดภัยธรรมชาติได้
  2. กรมประชาสงเคราะห์ให้การสงเคราะห์แก่ผู้ประสบภัยทั้งประเภทของเครื่องอุปโภคบริโภค วัสดุอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้านเรือน และเงินทุนเพื่อประกอบอาชีพ
  3. กรมตำรวจมีกองบังคับการตำรวจดับเพลิง ช่วยในเรื่องดับเพลิง และมีรถบรรทุกน้ำแจกจ่าย
    แก่ราษฎรที่ขาดแคลนน้ำด้วย และช่วยบรรเทาสาธารณภัยต่างๆ ที่เกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ
    และต่างจังหวัด
  4. กรป. กลางมีภารกิจพัฒนาด้านเศรษฐกิจสังคมและส่งเสริมการเกษตร และการศึกษาจะคอย
    ช่วยเหลือเมื่อเกิดมีสาธารณภัยเกิดขึ้น การซ่อมแซมถนน เป็นต้น
  5. กรมชลประทาน ช่วยเหลือเมื่อภาวะฝนแล้ง และอุทกภัยตลอดจนช่วยขนส่งผู้ประสบภัย และ
    ช่วยซ่อมแซมการคมนาคม ทางบกและทางน้ำ
  6. กรมส่งเสริมการเกษตร ช่วยให้ราษฎรปลูกพืช และจัดหาพันธุ์พืชที่เหมาะสมให้หลังจาก
    ประสบอุทกภัยหรือวาตภัย
  7. กรมโยธาธิการ มีหน้าที่เรื่องการก่อสร้างต่างๆ และการเจาะบ่อน้ำบาดาลในกรณีฝนแล้ง
    หรือฤดูแล้ง
  8. กรมการปกครอง โดยมีสำนักงานเลขาธิการป้องกันภัยฝ่ายพลเรือน ทำหน้าที่ช่วยเหลือและ
    สำรวจความเสียหาย ตลอดจนให้การอบรมการป้องกันสาธารณภัยต่างๆ แก่ประชาชน
  9. กรมอนามัย มีหน้าที่ช่วยเหลือประชาชนในด้านสาธารณสุข และการปฐมพยาบาลแก่ผู้
    ประสบภัย
  10. มูลนิธิ หรือองค์การการสาธารณกุศล เช่น สภากาชาดไทย มูลนิธิประชาฯ ให้การช่วยเหลือ
    แก่ผู้ประสบภัยอีกด้วย

 

 



 
................................